Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - Chanapot

Pages: [1] 2 3 ... 23
1
ลดหย่อนภาษีปี 2564 เตรียมความพร้อมก่อนยื่นแบบภาษีปี 2565 มาเช็คดูกันว่า สามารถลดหย่อนอะไรได้บ้างและได้เท่าไร รวบรวมไว้ให้แล้ว

ใกล้สิ้นปีก็จะเข้าสู่ช่วงการยื่นแบบเสียภาษี ผู้ที่มีรายได้เกิน 120,000 ต่อปี มีหน้าที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา  ซึ่งกรมสรรพากรกำหนดให้ยื่นแบบแสดงรายการปีละ 1 ครั้ง ภายในวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป  และใกล้สิ้นปีก็จะใกล้สิ้นสุดการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเช่นกัน 

 

"ฐานเศรษฐกิจดิจิทัล" จึงได้รวบรวมสิทธิในการลดหย่อนภาษีปี 2564 สามารถลดหย่อนอะไรได้บ้างและได้เท่าไร  อย่างน้อยในช่วงเวลาที่เหลือ 1 เดือน ก็ยังสามารถวางแผนทางการเงินเพื่อประหยัดภาษี และเตรียมพร้อมก่อนการยื่นภาษีในปี 2565  ซึ่งได้รวบรวมครบให้แล้วที่นี่ มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

 

ค่าลดหย่อนภาษีส่วนตัวและครอบครัว

 

1.ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท   

2.ค่าลดหย่อนคู่สมรส 60,000 บาท (คู่สมรสต้องไม่มีรายได้ )

3.ค่าลดหย่อนบุตร 30,000 บาทต่อคน

 

 จะต้องเป็นบุตรโดยกฎหมายหรือบุตรบุญธรรม และบุตรต้องมีอายุไม่เกิน 20 ปี หรืออายุ 20 ปี - 25 ปีและกำลังศึกษาอยู่  ในกรณีที่บุตรอายุเกิน 25 ปี ขึ้นไป แต่มีสถานะเป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถก็สามารถลดหย่อนภาษีได้  และในกรณีบุตรคนที่ 2 ขึ้นไป และเกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป สามารถลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท
หากเป็นบุตรตามกฏหมายสามารถนำมาลดหย่อนได้ไม่จำกัดจำนวนคน
หากเป็นบุตรบุญธรรมสามารถลดหย่อนได้เพียง 3 คนเท่านั้น
หากบุตรตามกฎหมายเกิน 3 คนไม่สามารถนำบุตรบุญธรรมมาลดหย่อนได้
 หากจะนำทั้งบุตรตามกฎหมายและบุตรบุญธรรมมาลดหย่อน ให้นำบุตรตามกฎหมายมาลดหย่อนก่อน 

4.ค่าลดหย่อนฝากครรภ์ และคลอดบุตร ไม่เกิน 60,000 บาท ต่อการตั้งครรภ์ 1 ครั้ง สำหรับเด็กแฝดลดหย่อนได้แค่ 60,000 บาท เพราะถือเป็นการตังครรภ์ครั้งเดียว
   

สามี - ภรรยาจะต้องตกลงกันว่าใครจะเป็นผู้ใช้สิทธิลดหย่อนนี้
หากยื่นภาษีและเสียภาษีร่วมกัน ผู้ที่ยื่นภาษีสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้ 60,000 บาท
หากนำไปรวมกับสิทธิการเบิกค่าฝากครรภ์และค่าคลอดบุตรจากสวัสดิการภาครัฐและเอกชน ต้องไม่เกิน 60,000 บาท
 

เงื่อนไข : หักตามค่าใช้จ่ายจริงทั้งค่าตรวจครรภ์ ค่าฝากครรภ์ ค่าทำคลอด ค่าบำบัด ค่าพักฟื้นในโรงพยาบาล

 

5.ค่าลดหย่อนสำหรับเลี้ยงดูบิดามารดาของตนเองและของคู่สมรส คนละ 30,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 120,000 บาท โดยบิดามารดาจะต้องมีอายุมากกว่า 60 ปี และมีรายได้ต่อปีไม่เกิน 30,000 บาท

 

6.ค่าอุปการะผู้พิการ หรือทุพพลภาพ 60,000 บาทต่อคน
         

เงื่อนไข : ผู้ทุพพลภาพต้องมีบัตรประจำตัวผู้พิการ และผู้มีรายได้จะต้องเป็นผู้ที่ดูแลคนพิการตามกฏหมายว่าด้วย “การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ”

 

 

ลดหย่อนภาษีปี 2564  เช็คสิทธิมีอะไรลดหย่อนได้บ้าง รวบรวมให้แล้วที่นี่
ลดหย่อนภาษีปี 2564 เช็คสิทธิมีอะไรลดหย่อนได้บ้าง รวบรวมให้แล้วที่นี่


 

ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มประกัน เงินออมและการลงทุน

 

ลดหย่อนภาษีกลุ่มประกัน

 

1.เงินส่งสมทบประกันสังคม สำหรับในปี 2564 นี้ สามารถหักลดหย่อนได้สูงสุด 5,100 บาท จากเดิมที่ลดหย่อนได้สูงสุด 9,000 บาท ( เนื่องจากปี 2564 มีการปรับลดเงินนำส่งสมทบประกันสังคม เพื่อลดภาระในช่วงโควิด-19 ถึง 3 รอบ คือ รอบเดือนมกราคม เหลือ 3% ,รอบเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม เหลือ 0.5% และรอบเดือนมิถุนายน - พฤศจิกายน เหลือ 2.5% ) 

 

2.ประกันชีวิต ประกันแบบสะสมทรัพย์ และประกันสุขภาพ ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่รวมกันต้องไม่เกิน 100,000 บาท
       

เงื่อนไข :

ประกันสุขภาพ ต้องไม่เกิน 25,000 บาท
เป็นประกันชีวิตที่มีความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
เป็นบริษัทประกันชีวิตที่ดำเนินกิจการในไทย
 


3.ประกันสุขภาพของบิดา-มารดา ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท

 

เงื่อนไข :

 

บิดา – มารดา ต้องไม่มีเงินได้ในปีภาษีที่หักลดหย่อนเกิน 30,000 บาท  ไม่จำเป็นต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป
 

4.เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ ลดหย่อนภาษีได้ 15% ของเงินได้ ตามที่จ่ายจริง แต่สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท 
         

เงื่อนไข :

 

ต้องมีระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป
เป็นบริษัทประกันชีวิตที่ดำเนินกิจการในประเทศไทย
จ่ายผลประโยชน์เป็นรายงวดอย่างสม่ำเสมอ
 

 

ลดหย่อนภาษีปี 2564  เช็คสิทธิมีอะไรลดหย่อนได้บ้าง รวบรวมให้แล้วที่นี่
ลดหย่อนภาษีปี 2564 เช็คสิทธิมีอะไรลดหย่อนได้บ้าง รวบรวมให้แล้วที่นี่

 


ลดหย่อนภาษีกลุ่มการลงทุน 

 

( ข้อ 1- 5 รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท ) ประกอบด้วย 

 

1.กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 500,000 บาท
2.กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) ลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 200,000 บาท
3. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) / กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) / กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน สามารถลดหย่อนภาษีได้ 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี  ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 500,000 บาท
4.กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ตามที่จ่ายจริง สูงสุดปีละ 13,200 บาท
5.เบี้ยประกันชีวิตบำนาญ 15% ของเงินได้ ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท 
 

 

ลดหย่อนภาษีปี 2564  เช็คสิทธิมีอะไรลดหย่อนได้บ้าง รวบรวมให้แล้วที่นี่
ลดหย่อนภาษีปี 2564 เช็คสิทธิมีอะไรลดหย่อนได้บ้าง รวบรวมให้แล้วที่นี่

 

ค่าลดหย่อนภาษีที่อยู่อาศัย

 

ดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย  ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

 

ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มเงินบริจาค

 

1.เงินบริจาคทั่วไป ลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังจากหักค่าลดหย่อนภาษี

 

2.เงินบริจาคเพื่อการศึกษา การกีฬา การพัฒนาสังคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ และบริจาคเพื่อสถานพยาบาลของรัฐ  หักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของเงินบริจาคจริง  แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น

 

3.เงินบริจาคให้กับพรรคการเมือง นำมาลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท 

 

 

ลดหย่อนภาษีปี 2564  เช็คสิทธิมีอะไรลดหย่อนได้บ้าง รวบรวมให้แล้วที่นี่
ลดหย่อนภาษีปี 2564 เช็คสิทธิมีอะไรลดหย่อนได้บ้าง รวบรวมให้แล้วที่นี่

 

 

ลดหย่อนภาษีปี 2564  เช็คสิทธิมีอะไรลดหย่อนได้บ้าง รวบรวมให้แล้วที่นี่
ลดหย่อนภาษีปี 2564 เช็คสิทธิมีอะไรลดหย่อนได้บ้าง รวบรวมให้แล้วที่นี่

 

 

ที่มา :  กรมสรรพากร , สำนักงานประกันสังคม

2
วิจัยกรุงศรี ประเมินเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัว คาดแนวโน้มกลับสู่ระดับก่อนการระบาดในช่วงครึ่งหลังปี 2565 พร้อมปรับประมาณการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2564 และปี 2565 เติบโตที่ 1.2% และ 3.7% ตามลำดับ แรงหนุนจากภาคส่งออกและลงทุนเอกชน

24 พ.ย.64 วิจัยกรุงศรี ประเมินว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยมีแนวโน้มกลับสู่ระดับก่อนการระบาดในช่วงครึ่งหลังปี 2565 โดยเศรษฐกิจในปี 2564 คาดว่าจะขยายตัว 1.2% (เดิมคาด 0.6%) จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายที่คาดว่าจะกลับมาเติบโตได้ราว 1.5% QoQ (จาก -1.1% ในไตรมาส 3) หรือ +0.8% YoY

 

ปัจจัยหนุนจากการปรับดีขึ้นของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศตามการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาด และความคืบหน้าของการฉีดวัคซีนที่เร่งขึ้น  ผนวกกับยังมีแรงส่งจากมาตรการภาครัฐเพื่อสนับสนุนการใช้จ่ายและท่องเที่ยวในประเทศ รวมถึงการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ (ล่าสุดวันที่ 1-20 พฤศจิกายน จำนวนรวม 80,017คน) ทำให้ทั้งปีคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 0.35 ล้านคน (เดิมคาด 0.15 ล้านคน) อีกทั้งการส่งออกยังเติบโตดีต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของอุปสงค์ประเทศคู่ค้า และการผ่อนคลายลงของภาวะชะงักงันของห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค ส่งผลให้การส่งออกในปีนี้คาดว่าจะขยายตัวสูงที่ 16.5% (เดิมคาด 15.0%)

 

วิจัยกรุงศรี ปรับเป้าเศรษฐกิจไทยปี 64-65 โต 1.2% และ 3.7% ส่งออก-ลงทุนหนุน
วิจัยกรุงศรี ปรับเป้าเศรษฐกิจไทยปี 64-65 โต 1.2% และ 3.7% ส่งออก-ลงทุนหนุน



คาดเศรษฐกิจไทยปี 2565 เติบโต 3.7%

 

สำหรับเศรษฐกิจไทยปี 2565 คาดจะเติบโตต่อเนื่องที่ 3.7% (เดิมคาด 3.0%) และมีแนวโน้มที่ GDP จะกลับมาอยู่ในระดับก่อนเกิดการระบาดได้ในช่วงครึ่งหลังของปี แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญมาจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยการบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มปรับดีขึ้นแต่การฟื้นตัวยังมีความแตกต่าง คาดว่าในปี 2565 จะเติบโตราว 3.6% จากการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ ตามการผ่อนคลายมาตรการควบคุม การฉีดวัคซีนที่เพิ่มมากขึ้น และมาตรการภาครัฐที่อาจเป็นปัจจัยหนุนในระยะสั้นอยู่บ้าง แต่การใช้จ่ายอาจขยายตัวได้จำกัดเนื่องจากยังมีความเปราะบางในตลาดแรงงาน และคาดว่าค่าจ้างเฉลี่ยโดยรวมในปี 2565 จะเพิ่มขึ้น แต่ยังอยู่ต่ำกว่าระดับก่อนเกิดการระบาด นอกจากนี้ การฟื้นตัวที่ยังไม่กระจายไปในทุกพื้นที่ ทุกกลุ่มรายได้ และทุกสาขา จะส่งผลต่อค่าจ้างและการใช้จ่ายของแรงงานในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักจากวิกฤตการระบาด โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับภาคท่องเที่ยวเป็นสำคัญ

 

RCEP- ศก.โลกฟื้น หนุนส่งออก

 

ด้านภาคส่งออกแม้จะชะลอลงบ้างแต่คาดว่ายังเติบโตได้ 5.0% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาที่ขยายตัว 2.9% แรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกหลังจากมีการฉีดวัคซีนอย่างกว้างขวางมากขึ้น กอปรกับผลบวกจากการรวมกลุ่มระหว่างประเทศภายในภูมิภาคเดียวกัน (Regionalization) โดยเฉพาะ RCEP ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ต้นปี 2565 น่าจะมีส่วนเสริมภาคการค้าในระยะถัดไป จากผลการศึกษาของ ADB ประเมินว่า RCEP จะช่วยหนุนให้มูลค่าส่งออกของไทยเพิ่มขึ้น 4.9% ภายในปี 2573 ซึ่งแม้เป็นรองญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ แต่สูงสุดเมื่อเทียบในกลุ่มอาเซียน   
 

วิจัยกรุงศรี ปรับเป้าเศรษฐกิจไทยปี 64-65 โต 1.2% และ 3.7% ส่งออก-ลงทุนหนุน
วิจัยกรุงศรี ปรับเป้าเศรษฐกิจไทยปี 64-65 โต 1.2% และ 3.7% ส่งออก-ลงทุนหนุน

 


ลงทุนภาคเอกชนโต 4.6%

 

ขณะเดียวกันการลงทุนภาคเอกชนคาดว่าเติบโตดีขึ้นเป็น 4.6% อานิสงส์จากการฟื้นตัวของอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศ จะช่วยหนุนให้เกิดวัฏจักรขาขึ้นของการลงทุน เพื่อตอบสนองความต้องการในชีวิตแบบวิถีใหม่ (New normal) และการก้าวไปสู่โลกดิจิทัลมากขึ้น สอดคล้องกับสัญญาณเชิงบวกจากเงินลงทุนสุทธิโดยตรงจากต่างประเทศที่ไหลเข้าไทยเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่าทั้งปี 2562 (ช่วงก่อนเกิดการระบาด)

 

นอกจากนี้ การเร่งรัดโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจะช่วยเหนี่ยวนำให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชน ซึ่งโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่จะมีรูปแบบเป็นการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (PPP) เป็นส่วนมาก (มีสัดส่วนกว่า 80% ของมูลค่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในช่วงปี 2565-2569) 

 

อย่างไรก็ตาม ภาคท่องเที่ยวยังมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างช้าๆ แม้ไทยจะมีนโยบายเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 60 ประเทศแบบไม่ต้องกักตัวมาตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน 2564 แต่การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจยังมีข้อจำกัดเนื่องจากสถานการณ์การระบาดที่ยังมีความไม่แน่นอน ส่งผลให้หลายประเทศที่เป็นตลาดนักท่องเที่ยวที่สำคัญของไทยยังมีมาตรการคุมเข้มการเดินทางระหว่างประเทศอยู่ ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2565 คาดว่าจะอยู่ที่ 7.5 ล้านคน และกว่าจะกลับมาสู่ระดับก่อนเกิดการระบาดได้ที่ 40 ล้านคน อาจต้องใช้เวลาถึงปี 2568 ขณะที่การท่องเที่ยวในประเทศคาดว่าจะสามารถกลับสู่ระดับก่อนเกิดการระบาดได้เร็วกว่าคือในปี 2567 ที่ 160 ล้านทริป จากปี 2565 ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ 90 ล้านทริป

3
คอนโด |จตุจักรคอนโด ย่าน จตุจักร ลุมพินี พาร์ค วิภาวดี-จตุจักร ขนาดเนื้อที่ 4 ไร่ อาคารชุดพักอาศัย สูง 21 ชั้น จำนวน 736 ยูนิต มีขนาดห้อง ตั้งแต่ 24-53 ตารางเมตร  ลุมพินี พาร์ค วิภาวดี-จตุจักรครบครันเพื่อวันทำงาน และการใช้ชีวิต ในทำเลที่เดินทางสะดวก และแวดล้อมด้วยสรรพสิ่ง สำหรับการใช้ชีวิต อย่างถนน วิภาวดีรังสิต  ลุมพินี พาร์ค วิภาวดี-จตุจักร เติมให้เต็มยิ่งกว่า ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก มากมาย 


 สิ่งอำนวยความสะดวก ของโครงการ คอนโด ลุมพินี พาร์ค วิภาวดี-จตุจักร
  • ร้านค้า
  • สระว่ายน้ำ
  • ห้องอเนกประสงค์
  • ลานฟิตแอนเฟิร์ม
  • สนามสตรีทบาส
  • Pocket Gardent
  • ฟิตเนส โซน
  • ห้อง เฮ้าเวิร์ก
  • ลานพักผ่อน

4
อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทแนวต้านยังอยู่ในช่วงใกล้ 33.20-33.30 บาท/ดอลลาร์กรอบวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.00-33.20 บาท/ดอลลาร์

อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  33.14 บาทต่อดอลลาร์'อ่อนค่า'ลงเล็กน้อย จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ  33.11 บาทต่อดอลลาร์


นายพูน  พานิชพิบูลย์  นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุนธนาคารกรุงไทยระบุว่าแนวโน้มค่าเงินบาท เรามองว่า เงินบาทอาจผันผวนในฝั่งอ่อนค่าจากการปรับสถานะถือครองของผู้เล่นต่างชาติได้บ้าง โดยเฉพาะฝั่งที่มีการเก็งกำไรการแข็งค่าของเงินบาทก่อนหน้านี้ สอดคล้องกับภาพเชิง Technical รายวัน ที่ MACD ส่งสัญญาณจุดกลับตัวของเงินบาทจากแข็งค่าเป็นอ่อนค่า


ขณะเดียวกัน การปรับตัวลดลงหนักของราคาทองคำก็ส่งผลกระทบต่อเงินบาทพอสมควร ซึ่งเรายังเชื่อว่า การปรับตัวลงหนักของราคาทองคำสู่แนวรับสำคัญแถว 1,780-1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจหนุนให้ผู้เล่นบางส่วนทยอยเข้ามาซื้อ Buy on Dip เพื่อเล่นรอบเก็งกำไรการรีบาวด์ของราคาทองคำได้ ซึ่งโฟลว์ดังกล่าวจะเป็นแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าต่อเงินบาท

 

อย่างไรก็ดี เงินบาทจะไม่อ่อนค่าไปมากนัก เนื่องจากผู้ส่งออกต่างก็รอทยอยขายเงินดอลลาร์อยู่ ทำให้แนวต้านของเงินบาทยังอยู่ในช่วงใกล้ 33.20-33.30 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งระดับดังกล่าวก็อาจเห็นผู้เล่นต่างชาติเริ่มกลับเข้ามาเก็งกำไรฝั่งเงินบาทแข็งค่าได้อีกรอบเช่นกัน


มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.00-33.20 บาท/ดอลลาร์

 

ตลาดการเงินโดยรวมยังไม่กล้าเปิดรับความเสี่ยง เนื่องจากผู้เล่นในตลาดการเงินต่างมองว่าเฟดจะเร่งใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ทั้งการเร่งลดคิวอี หรือ การทยอยขึ้นดอกเบี้ยได้ราว 2-3 ครั้งในปีหน้า ซึ่งมุมมองดังกล่าวยังคงส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดเลือกที่จะเทขายสินทรัพย์เสี่ยง 

 

โดยเฉพาะหุ้นเทคฯ และหุ้นสไตล์ Growth กดดันให้ ในฝั่งสหรัฐฯ ดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ปรับตัวลดลงกว่า -0.50% ส่วนดัชนี S&P500 รีบาวด์ขึ้น +0.17% เช่นเดียวกับ ดัชนี Dow Jones +0.55% จากแรงหนุนการปรับตัวขึ้นของหุ้นในกลุ่มการเงินที่ได้รับอานิสงส์จากการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ 

 

รวมถึงแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากการประกาศใช้น้ำมันดิบสำรองของสหรัฐฯ รวมถึงพันธมิตรกลุ่มผู้ใช้น้ำมัน เช่น จีน อินเดีย ญี่ปุ่น มีปริมาณน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และการประกาศดังกล่าวก็ทำให้ตลาดเชื่อว่ากลุ่ม OPEC+ จะไม่เพิ่มกำลังการผลิตไปมาก 

 

ส่วนในฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ประเด็นปัญหาการระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ ยังคงกดดันให้ผู้เล่นในตลาดเลือกจะเทขายหุ้นในธีม Reopening หรือ หุ้นกลุ่ม Cyclical นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยุโรปยังถูกกดดันจากแรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคฯ เช่นกัน อาทิ ASML -5.5%, Infineon Tech -3.6%, Adyen -2.4% ส่งผลให้ ดัชนี STOXX50 ปรับตัวลงต่อเนื่องถึง -1.26% 

 

ในฝั่งตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ ยังคงปรับตัวขึ้นกว่า 4bps สู่ระดับ 1.66% จากมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่เชื่อว่า เฟดจะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดได้เร็ว เพื่อควบคุมปัญหาเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น ทั้งนี้ตลาดจะรอจับตามุมมองแนวโน้มเศรษฐกิจและนโยบายการเงินของเฟดอย่างใกล้ชิด ผ่านรายงานการประชุมเฟดล่าสุด (FOMC Meeting Minutes) ซึ่งจะมีการประกาศในช่วงเวลา 02.00 น. วันพรุ่งนี้ ตามเวลาประเทศไทย

 

ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์แกว่งตัว sideways เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยล่าสุดดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY Index) ทรงตัวใกล้ระดับ 96.50 จุด โดยการแข็งค่าของเงินดอลลาร์นั้นถูกหนุนโดยการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ 

 

จากมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่เชื่อว่าเฟดอาจเร่งใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นในปีหน้า อย่างไรก็ดี เงินดอลลาร์ก็เผชิญแรงขายทำกำไรบ้าง รวมถึง แนวโน้มเงินยูโร (EUR) ที่ไม่ได้อ่อนค่าลงหนัก หลังจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของยูโรโซน อย่าง ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการ ออกมาดีกว่าคาด 

 

สำหรับวันนี้ ตลาดรอลุ้นแนวโน้มปัญหาสำคัญของเศรษฐกิจสหรัฐฯ คือ การเร่งตัวขึ้นของเงินเฟ้อ ซึ่งตลาดคาดว่า อัตราเงินเฟ้อ PCE ในเดือนตุลาคม อาจเร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 5.1% นอกจากนี้ ตลาดจะจับตามุมมองของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดต่อแนวโน้มการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ปัญหาเงินเฟ้อ รวมถึงทิศทางนโยบายการเงิน ผ่านรายงานการประชุม FOMC Minutes ล่าสุด ซึ่งเป็นการประชุมที่เฟดได้มีการประกาศลดคิวอี

 

ส่วนในฝั่งประเทศเยอรมนี ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาการระบาดที่หนัก ตลาดประเมินว่า ภาคธุรกิจเยอรมนีอาจมีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการฟื้นตัวเศรษฐกิจลดลง สะท้อนผ่านดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ (Ifo Business Climate) เดือนพฤศจิกายน ที่จะปรับตัวลดลงสู่ระดับ 96.5 จุด 

 

ซึ่ง ภาพเศรษฐกิจยุโรปที่ฟื้นตัวได้แย่กว่าฝั่งสหรัฐฯ รวมถึงท่าทีของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่ยังสนับสนุนการใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย จะยังคงกดดันให้เงินยูโร (EUR) มีแนวโน้มอ่อนค่าลงหรือทรงตัวในระดับต่ำต่อไป ซึ่งจุดเปลี่ยนที่จะช่วยให้เงินยูโรกลับมาแข็งค่าได้ อาจต้องรอการอนุมัติยา PAXLOVID ของ Pfizer หรือ สถานการณ์การระบาดในยุโรปไม่ได้เลวร้ายไปมากนัก จนข้อมูลเศรษฐกิจของยูโรโซนเริ่มออกมาดีกว่าคาด

 

ทางศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า เงินบาทอ่อนค่ามาที่ระดับประมาณ 33.22 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงเช้าวันนี้ เทียบกับระดับปิดตลาดวันทำการก่อนหน้าที่ 33.11 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยเงินบาทยังคงอ่อนค่าลงท่ามกลางแรงหนุนของเงินดอลลาร์ฯ จากบอนด์ยีลด์ของสหรัฐฯ ที่ขยับขึ้นตามจังหวะการคาดการณ์เรื่องสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินของสหรัฐฯ หลังจากที่นายเจอโรม พาวเวลได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานเฟดอีกสมัย

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ คาดไว้ที่ 33.00-33.35 บาทต่อดอลลาร์ฯ  ขณะที่ปัจจัยที่ต้องติดตามจะอยู่ที่ ทิศทางเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติ สถานการณ์โควิด-19 และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ประกอบด้วย ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดขายบ้านใหม่ อัตราเงินเฟ้อวัดจากดัชนีราคา PCE/Core PCE Price Index เดือนต.ค. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/64 (ครั้งที่ 2) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และรายงานการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 2-3 พ.ย.

5


อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทโอกาสแข็งค่าขึ้นได้บ้าง จากโฟลว์เก็งกำไรแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ผ่านทั้งการลงทุนในหุ้นไทยและบอนด์ระยะสั้น

อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  33.05 บาทต่อดอลลาร์'อ่อนค่า'ลงจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ  32.88 บาทต่อดอลลาร์

นายพูน  พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธตลากเงินตลาดทุน  ธนาคารกรุงไทยระบุว่าแนวโน้มค่าเงินบาท เรามองว่า เงินบาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้นได้บ้าง จากโฟลว์เก็งกำไรแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ผ่านทั้งการลงทุนในหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ รวมถึง การซื้อบอนด์ระยะสั้นเพื่อเก็งกำไรเงินบาทแข็งค่า ซึ่งเราเชื่อว่า การอ่อนค่าของเงินบาทใกล้ระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์จะเปิดโอกาสให้ผู้เล่นต่างชาติกลับเข้ามาเก็งกำไรการแข็งค่าของเงินบาทอีกครั้ง นอกจากนี้ ผู้ส่งออกต่างก็รอทยอยขายเงินดอลลาร์อยู่ ทำให้ เรามองว่า เงินบาทจะไม่อ่อนค่าไปมาก 



อย่างไรก็ดี เงินบาทอาจผันผวนจากแนวโน้มเงินดอลลาร์ รวมถึงโฟลว์เก็งกำไรทองคำ ซึ่งเราเชื่อว่า การปรับตัวลงหนักของราคาทองคำสู่แนวรับสำคัญแถว 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจหนุนให้ผู้เล่นบางส่วนทยอยเข้ามาซื้อ Buy on Dip เพื่อเล่นรอบเก็งกำไรการรีบาวด์ของราคาทองคำได้ ซึ่งโฟลว์ดังกล่าวจะเป็นแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าต่อเงินบาท

มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.85-33.05 บาท/ดอลลาร์

ผู้เล่นในตลาดการเงินมีความมั่นใจมากขึ้นว่าเฟดจะเร่งใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด สะท้อนผ่านมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่เริ่มเชื่อว่า เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยได้ราว 3 ครั้งในปีหน้า เริ่มตั้งแต่ช่วงกลางปี หลังจากที่ ประธานาธิบดี Biden ตัดสินใจเลือกให้ประธานเฟด Powell ดำรงตำแหน่งประธานเฟดสมัยที่ 2 นอกจากนี้ มุมมองของตลาดที่เชื่อว่าเฟดอาจใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดเร็วขึ้น ได้ส่งผลกระทบให้ผู้เล่นในตลาดเลือกที่จะเทขายสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นเทคฯ และหุ้นสไตล์ Growth กดดันให้ ในฝั่งสหรัฐฯ ดัชนี S&P500 ย่อตัวลง -0.32% ส่วนดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ดิ่งลงกว่า -1.26% 

ส่วนในฝั่งตลาดหุ้นยุโรป นอกเหนือประเด็นความกังวลสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ ที่ส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดเลือกจะเทขายหุ้นในธีม Reopening หรือ หุ้นกลุ่ม Cyclical ตลาดหุ้นยุโรปยังถูกกดดันจากแรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคฯ เช่นกัน อาทิ Adyen -6.0%, SAP -3.3%, ASML -1.7% ส่งผลให้ ดัชนี STOXX50 ย่อตัวลงต่อเนื่อง -0.41% 


ในฝั่งตลาดบอนด์ ความกังวลปัญหาเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น รวมถึงมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่เชื่อว่า เฟดภายใต้การนำของประธานเฟด Powell สมัยที่ 2 อาจใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดเร็วขึ้น ได้หนุนให้ บอนด์ยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นกว่า 6bps สู่ระดับ 1.62% นอกจากนี้ เรายังคงเชื่อว่า บอนด์ยีลด์ยังมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อได้ จากแนวโน้มการฟื้นตัวเศรษฐกิจและการทยอยลดการอัดฉีดสภาพคล่องหรือคิวอีของบรรดาธนาคารกลางหลัก

ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หนุนโดยการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ จากมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่เชื่อว่าเฟดอาจเร่งใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นในปีหน้า โดยล่าสุดดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY Index) ปรับตัวลงสู่ระดับ 96.55 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2020 

นอกจากนี้ การแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ รวมถึงการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ ได้กดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงหลุดแนวรับสำคัญในโซน 1,850 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลงมาใกล้ระดับ 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นแนวรับหลักสำคัญ ที่เรามองว่า มีโอกาสที่จะเห็นผู้เล่นบางส่วนอาจเข้ามาซื้อทองคำในโซนแนวรับดังกล่าวเพื่อเก็งกำไรการรีบาวด์ของราคาทองคำ 

อย่างไรก็ดี ในระยะสั้นที่ผู้เล่นในตลาดยังมองโอกาสเฟดใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นได้เร็วนั้น อาจจะกดดันให้ราคาทองคำยังแกว่งตัวใกล้แนวรับหลักไปก่อน จนกว่าจะมีปัจจัยใหม่เข้ามาหนุนราคาทองคำ อาทิ ความกังวลปัญหาเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น หรือ ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่ทำให้ตลาดพลิกกลับมาปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น 

สำหรับวันนี้ ตลาดรอลุ้นแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกผ่านรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ (Man.cturing and Services PMIs) ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งตลาดมองว่า โมเมนตัมการฟื้นตัวเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง หนุนโดยการขยายตัวต่อเนื่องในอัตราเร่งของภาคการผลิตและการบริการในเดือนพฤศจิกายน ชี้จากดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการ ที่จะปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 59.1 จุด และ 59 จุด ตามลำดับ (ดัชนี >50 จุด หมายถึง ภาวะขยายตัว)  ส่วนในฝั่งยุโรป ภาพอาจจะแตกต่างจากในฝั่งสหรัฐฯ

 เนื่องจากสถานการณ์การระบาดระลอกใหม่ของ COVID ซึ่งเริ่มส่งผลให้บางประเทศกลับมาใช้มาตรการ Lockdown อาจส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจยุโรปส่งสัญญาณชะลอตัวลงมากขึ้น โดยตลาดประเมินว่า ภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการของยูโรโซนมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราชะลอลงจากผลกระทบของการระบาดระลอกใหม่ ชี้จาก ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการที่จะปรับตัวลดลงสู่ระดับ 57.3 จุด และ 53.5 จุด ตามลำดับ

ส่วนในฝั่งเอเชีย ผู้เล่นในตลาดเชื่อว่าการฟื้นตัวเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะได้แรงหนุนจากการทยอยผ่อนคลายมาตรการ Lockdown โดยตลาดมองว่าทั้งภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการของญี่ปุ่นจะขยายตัวในอัตราเร่งขึ้นในเดือนพฤศจิกายน สะท้อนผ่านดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการที่จะปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 54 จุด และ 51.2 จุด ตามลำดับ

 

ทางด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่าเงินบาทอ่อนค่ามาอยู่ที่กรอบประมาณ 32.99-33.07 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงเช้าวันนี้ เทียบกับระดับปิดตลาดวันทำการก่อนหน้าที่ 32.88 บาทต่อดอลลาร์ฯ  โดยเงินบาทอ่อนค่าลงท่ามกลางแรงหนุนที่แข็งแกร่งของค่าเงินดอลลาร์ฯ ตามทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หลังจากที่ปธน. โจ ไบเดนของสหรัฐฯ เสนอชื่อนายเจอโรม พาวเวลขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเฟดเป็นสมัยที่สอง ซึ่งตลาดมองว่าน่าจะทำให้การดำเนินนโยบายการเงินของสหรัฐฯ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องของกระบวนการลดวงเงินการซื้อสินทรัพย์ผ่านมาตรการ QE และเรื่องการส่งสัญญาณคุมเข้มด้วยการขึ้นดอกเบี้ยในปีหน้า 

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ คาดไว้ที่ 32.90-33.15 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยที่ต้องติดตามจะอยู่ที่ ทิศทางเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติ สถานการณ์โควิด-19 และการรายงานตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการขั้นต้นเดือนพ.ย. ของสหรัฐฯ อังกฤษ และสมาชิกยูโรโซนหลายประเทศ

6
สองห้องตกแต่งเหมือนกันค่ะ ห้องอยู่ใกล้กัน แต่ไม่ติดกัน
ราคา 998,000 บาท ขายพร้อมกัน 2 ห้อง ขายพร้อมผู้เช่า
รวม 1,996,000 บาท 
098.955.9447 ปอนด์ เจ้าของห้อง

ขาย พลัม คอนโด พหลโยธิน 89 เฟอร์นิเจอร์ มีครบ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี ปทุมธานี


ซอย พหลโยธิน 89 ตำบล ประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี ปทุมธานี 12130

โครงการมี 5 เฟส
เราอยู่เฟส 3 มี 4 ตึก
มี 8 ชั้น 
ห้องเราอยู่ชั้น 6 ทั้งสองห้อง
ห้องกลางตึก วิวสวน
ระเบียงทิศเหนือ หัวนอนตะวันออก
เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ มีครบ
ทำครัว และติดเครื่องซักผ้าแล้วค่ะ
พื้นที่ใช้สอย 22.5 ตร.ม
อยู่ 1-2 คน สบายๆ
จอดรถยนต์ได้ เพียงขอสติกเกอร์
นิติ - ซ่อมบำรุง ทำงานดีค่ะ

สถานที่ใกล้เคียง 
ฟิวเจอร์ปาร์ค
เซียร์รังสิต
เมืองเอก
ม.รังสิต
รพ.เปาโล 

ที่ตั้ง
พลัมคอนโด พหลโยธิน89 (PLUMCONDO PHAHOLYOTHIN89)
02 442 0601
https://goo.gl/maps/5MMsFsLx9svg2vtf6

สองห้องตกแต่งเหมือนกันค่ะ ห้องอยู่ใกล้กัน แต่ไม่ติดกัน
ราคา 998,000 บาท ขายพร้อมกัน 2 ห้อง ขายพร้อมผู้เช่า
รวม 1,996,000 บาท 
รายรับอยู่ที่ 12,500 บาทต่อเดือน
(ห้องแรก 6500, ห้องที่สอง 6,000)
ซื้อภายในปีนี้ ฟรีค่าโอน 
พร้อมส่วนลด 6,000 บาท

0989559447 ปอนด์ เจ้าของห้อง

https://www.prakard.com/viewtopic.php?f=25&t=7892965













7
บริการประสานตรวจสอบ ประวัติคดีอาญา อาชญากรรม หมายจับ ใบรับรองความประพฤติ และประวัติการทำงานของผู้สมัครงาน และพนักงาน 

สำหรับ นิติบุคคล และนายจ้างบุคคลธรรมดา 

เพื่อประหยัดเวลา ลดค่าใช้จ่ายสะดวกรวดเร็ว ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ไหน ทั้งต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ 
ได้บุคลากรตรงตามคุณสมบัติ แบบถูกต้องตามกฎหมาย 
เราเปิดบริการมากว่า หกปี ให้บริการในหลายบริษัทชั้นนำ และได้รับความไว้วางใจจากบุคคลมีชื่อเสียงหลายคน 
รวมถึงบริการแบบกรณี เร่งด่วน ทุกเคส 

- งานคัดเอกสารราชการ แบบเร่งด่วน ในกรณีอยู่ต่างประเทศ 
- งานตรวจสอบหมายจับ ประวัติคดีอาญา ในทางลับ 
- งานรับรองเอกสารราชการและงานแปลเอกสารราชการพร้อมทั้ง ดำเนินรับรองเอกสารที่แปลที่สถานกงสุล 

** รับสืบหาบุคคลตามหมายจับ ทั่วไทย .สืบทรัพย์ .สืบค้นบุคคลเชิงลึก  
ปรึกษาได้ทุกเวลา อิงเวลาตามประเทศไทยเป็นหลัก 
สนใจติดต่อ สอบถาม line: @bds.service    
https://page.line.me/bds.service
https://page.line.me/bds.service
:bds.intelligent.service@gmail.com


#ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม #เช็คหมายจับ
#ตรวจประวัติพนักงาน #ตรวจหมายจับ 

Coordinator service of all inspection, criminal case history, criminal record, arrest warrant record, certificate of conduct and job applicant’s work history or background for employees for legal entities or individual employer.
In the company that some positions require reliable personnel or if you need to check your business partner qualifications to know if they are trustworthy.
For your time to be saved, reduce cost, convenient and fast. Wherever you are, either provinces or abroad. We can help you find personnel who can meet the qualifications you want, legally, according to the law. We are ready to assist all inspection services. Urgent case or urgent service
We have been in this service for more than 6 years. Our service are deeply trusted by famous customers and famous company. Urgent case or urgent service
We provide services to many leading companies and has gained a lot of trust from many famous people.
including all urgent services
Official government documents / Thai police clearance certificate, certificate of conduct at the public security officer. Urgent case or urgent service
Inspection of arrest warrant record, confidential criminal record.
Certifying official documents, translate official document including certify document at consulates and embassies. Urgent case or urgent service
** Spy people, company , Asset , Property , Vehicle , ETC, find a person or by arrest warrant, property search, in depth person search
Be able to consult anytime, based mainly on time in Thailand.
Contact for more information/  If there is any question, please do not hesitate to ask us    line: @bds.service 
https://page.line.me/bds.service
EMAIL: bds.intelligent.service@gmail.com

#thai criminal check   , # thai arrest warrant check

Facebook :: https://www.facebook.com/bds.trading 

Tags :: เช็คหมายจับ,ตรวจประวัติอาชญากรรม













9

หุ้น DTAC และ TRUE ราคาพุ่งขึ้น โดยเมื่อเวลา 9.58 น. หุ้น DTAC ราคาพุ่งขึ้น 10.30% มาอยู่ที่ 45.50 บาท เพิ่มขึ้น 4.25 บาท มูลค่าซื้อขาย 266.16 ล้านบาท

ขณะที่หุ้น TRUE พุ่ง 11.11% มาอยู่ที่ 4.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.48 บาท มูลค่าซื้อขาย 584.17 ล้านบาท

บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ฯมีโอกาสเห็นการ"เก็งกำไร"หุ้น บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) และ บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) ขึ้นไปเกิน 5.09 และ 47.79 บาท หลังบอร์ด TRUE, DTAC อนุมัติศึกษาควบรวม และรับทราบการทำคำเสนอซื้อโดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไข ซึ่งจะมีผลให้เกิดการตรสจสอบกิจการ (Due diligence) ของทั้งคู่ โดยมีการกำหนอัตราแลกเป็นหุ้นบริษัทใหม่ที่ 1 TRUE: 2.40072 MergeCo และ 1 DTAC: 24.53775 MergeCo ซึ่งจะส่งผลให้ส่วนได้เสียของบริษัทใหม่มาจาก TRUE 57.94% และ DTAC 42.06% (ใกล้เคียงกับขนาดของทั้งคู่ เทียบจากราคาปิดวันศุกร์ที่ 59.61% และ 40.39%)

นอกจากนี้ ปัจจัยบวกที่อาจผลักดันราคามาจาก Citrine (บริษัทร่วมทุนระหลายรูปหว่าง CP Holding และ Telenor Asia) ประกาศจะทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ TRUE และ DTAC ที่ราคา 5.09 และ 47.76 บาท ซึ่งประเมินส่วนนี้เป็นการเปิดช่องให้ Strategic partner เดิม หรือผู้ถือหุ้นที่อาจค้านการควบรวม (อาทิ China Mobile, บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ, ประกันสังคม) ได้มีช่องทางในการ Exit

ขณะที่ในเชิงเก็งกำไร ราคาเสนอซื้อ (Tender offer price) ดังกล่าว อาจทำหน้าที่เป็นราคาพื้น (Floor price) ในการเก็งกำไรถึงมูลค่าของบริษัทที่ควบรวม (MergeCo) ที่ยังคงต่ำกว่า Market cap ของ AIS อยู่ราว 140%

ทั้งนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) และกลุ่มเทเลนอร์ ประกาศการพิจารณาสร้างความร่วมมืออย่างเท่าเทียมกัน (Equal Partnership) โดยการสนับสนุนให้ TRUE และ DTAC ตั้งเป้าปรับโครงสร้างธุรกิจสู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยี (Technology Company) ภายใต้ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีฮับ พร้อมเสริมธุรกิจเทคโนโลยีใหม่ การสร้างดิจิทัลอีโคซิสเต็ม และกองทุนสตาร์ทอัพ เพื่อสอดรับยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีระดับภูมิภาค

ในระหว่างการศึกษาและพิจารณาการปรับโครงสร้างครั้งนี้ ธุรกิจของทรู และดีแทค จะยังคงดำเนินไปตามปกติของแต่ละบริษัท ในขณะที่เครือซีพี ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของทรู และกลุ่มเทเลนอร์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของดีแทค ตั้งเป้าที่จะหาข้อสรุปในรายละเอียดของความร่วมมืออย่างเท่าเทียมกัน (Equal Partnership) ซึ่งจะส่งผลให้ เครือซีพีและกลุ่มเทเลนอร์ ถือหุ้นเท่าเทียมกันในบริษัทใหม่ที่จะร่วมกันสร้างขึ้น

นอกจากนี้ ทรูและดีแทค จะดำเนินการตามเงื่อนไขต่าง ๆ ทั้งการตรวจสอบกิจการของอีกฝ่ายหนึ่งแล้วเสร็จเป็นที่พอใจ (Due Diligence) การขออนุมัติที่เกี่ยวข้องจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทและผู้ถือหุ้นของทั้งสองบริษัท ตลอดจนการดำเนินขั้นตอนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ให้แล้วเสร็จ

ทั้งนี้ บริษัทใหม่ที่จะจัดตั้งขึ้น จะตั้งกองทุนมูลค่าประมาณ 100-200 ล้านเหรียญสหรัฐ ขึ้นมาเพื่อสนับสนุนส่งเสริมผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพบนแพลตฟอร์มดิจิทัล เน้นการสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ เพื่อประโยชน์แก่ผู้บริโภคในประเทศไทย

10
หุ้นปิดเช้าบวก 4.97 จุด รับแรงหนุนจากกลุ่มสื่อสาร-ตัวเลขส่งออกไทยดีกว่าคาด ขณะที่กลุ่มพลังงานร่วงหนักตามราคาน้ำมันโลก สำหรับแนวโน้มการลงทุนในภาคบ่ายคาดตลาดจะแกว่งออกด้านข้าง

น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ผันผวนในทางบวก ได้แรงหนุนจากหุ้นในกลุ่มสื่อสารที่มาช่วยประคองไว้ทั้ง DTAC, TRUE, ADVANC ไม่เช่นนั้นดัชนีฯคงติดลบไปแล้ว เนื่องจากหุ้นกลุ่มพลังงานปรับลงมากตามราคาน้ำมันโลก

นอกจากนี้ Fund Flow ก็ไหลออกจากตลาดบ้านเราไปบ้าง จากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติขายสุทธิกว่า 3 พันล้านบาท และเงินบาทก็อ่อนค่าในช่วงสั้นมาอยู่แถว 32.83 บาท/ดอลลาร์ฯ อย่างไรก็ดี ยังมีแรงหนุนจากตัวเลขส่งออกที่ออกมาดีกว่าคาดเล็กน้อย ทำให้ตลาดโดยรวมทรงตัว

ส่วนตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบเล็กน้อย หลังจากที่ยังไม่มีประเด็นเด่น และสัปดาห์นี้ยังต้องติดตามประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่

ด้านภาวะตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายครึ่งวันเช้าที่ระดับ 1,650.03 จุด เพิ่มขึ้น 4.97 จุด หรือเปลี่ยนแปลง +0.30% มูลค่าการซื้อขายราว 55,270 ล้านบาท

สำหรับแนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ น.ส.ธีรดา กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งตัวออกด้านข้าง โดยมีแนวรับ 1,635-1,640 จุด ส่วนแนวต้่าน 1,650 จุด

11
อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” แชร์ความสุขครั้งใหญ่ให้คนไทย เตรียมสร้างแลนด์มาร์กของขวัญและของตกแต่งบ้าน ส่งแคมเปญ “Gift of Happiness 2022” #Share a Wish Share a Gift #แชร์ความสุขให้ทุกคน ยกขบวนสินค้าไลฟ์สไตล์มาให้เลือกแชร์ความสุขให้คนที่รักนับหมื่นไอเทม พร้อมแจกไอเดีย INSPIRE การให้ส่งต่อพลังบวก และช่วย Connect ความห่างให้คนไกลกลับมาใกล้กันอีกครั้ง ชูไฮไลต์สินค้าลดสูงสุด 50% Great Gifts เริ่มต้น 85 บาท สินค้า Buy More Save More ช่วยกระตุ้นยอดช่วงสุดท้ายปลายปี ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ทุกสาขา เริ่มตั้งแต่ 18 พ.ย.2564-5 ม.ค.2565

น.ส.กฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ILM กล่าวว่า ในช่วงไตรมาส 4 เป็นช่วงที่ลูกค้าส่วนใหญ่มองหาเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ภายในบ้าน ของตกแต่งบ้าน เพื่อจัดแต่งบ้านต้อนรับปีใหม่ และมองหาของขวัญจับฉลากและมอบให้คนพิเศษเพื่อ Connect ความห่างให้คนไกลกลับมาใกล้กันอีกครั้ง หลังจากการเปิดประเทศ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ มอบช่วงเวลาแห่งความสุขการตกแต่งบ้านต้อนรับการ Celebrate ให้พิเศษกว่าทุกปี จัดแคมเปญ ‘Gift of Happiness 2022’ ภายใต้แนวคิด #Share a Wish, Share a Gift #แชร์ความสุขให้ทุกคน พร้อมกันที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ทุกสาขา



ทั้งนี้ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ มุ่งเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขของการอยู่บ้านและต้อนรับปีขาลที่จะมาถึง โดยรวบรวมสินค้าไลฟ์สไตล์เพื่อบ้านนับหมื่นไอเทมมาให้เลือกชอปและต้อนรับทุกคนที่มาเยือนด้วยบรรยากาศภายในสโตร์ด้วยสีสันสดใสดูสนุกรับกับการเริ่มต้นใหม่ด้วยสิ่งดีๆ ตื่นตากับ “Big santa” ขนาด 2X6 เมตร ลุงซานตามาร่วมต้อนรับและเป็นแลนด์มาร์กให้นักชอปได้ร่วมถ่ายภาพในช่วงเวลาดีๆ สำหรับ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ สาขาบางนา และสาขาพัทยา เพลิดเพลินกับไอเดียเปลี่ยนเฟอร์ฯ ให้เป็น “ของขวัญเพื่อบ้าน” เตรียมพร้อมเฉลิมฉลองใน Holiday นี้กับสินค้า Time to Organize จัดบ้านให้สนุกกับ Item ไม่ซ้ำใคร เช่น โครงตู้เสื้อผ้ารุ่นอองเตร ราคา 3,790 บาท ชั้นวางของไม้ 4 ชั้น รุ่นมินิมอล ราคา 2,590 บาท จากปกติ3,580 บาท สินค้า Christmas Set สร้างบรรยากาศภายในบ้านเปิดรับการฉลอง เช่น รูปปั้นกวางเรนเดียร์ ราคา 650 บาท จากปกติ 795 บาท และไฟตกแต่งคริสต์มาส 695 บาท รวมถึง Great Gifts ของขวัญดีไซน์เพื่อแชร์ให้คนที่รักอาทิ หมอนอิง นาฬิกาติดผนัง ชุดแก้วไวน์ โคมไฟตั้งพื้นเริ่มต้นที่ 85 บาท ฟรี!บริการจัดเซต-ห่อของขวัญ

สำหรับไฮไลต์พิเศษ!! มอบของขวัญสำหรับคนรักบ้านแจกไอเดีย “HOMELIDAY” สร้างโมเมนต์แฮปปี้กับมุมต่างๆ ภายในบ้าน โดยมีไอเทมตกแต่งให้เลือกมากมายสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนให้บ้านให้เป็นปาร์ตี้สุดสนุกร่วมกับสมาชิกครอบครัวและเพื่อนๆ หรือธุรกิจร้านอาหาร และโรงแรมต้องการสร้างสีสันรับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ อินเด็กซ์ฯ จึงใช้โอกาสนี้ร่วมส่งความสุขกับช่วงเวลาดีๆ ให้ทุกคนได้แชร์ความสุขเติมพลังบวกแก่กัน พร้อมจัดโปรโมชันตอกย้ำสินค้ามีคุณภาพดีไซน์เก๋ คุ้มค่าราคา เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพและสร้างบรรยากาศการจับจ่าย ดังนี้

·ชอปครบรับ GiftsVoucher 3,000 บาท Happiness Save ลดสูงสุด 50%

สินค้า Buy More SaveMore ชอปสินค้ากลุ่มห้องนอนแบรนด์Index Natural Living หรือ Winner ครบ 2 ชิ้นขึ้นไป (ตามเงื่อนไข) รับสิทธิแลกซื้อที่นอนราคาพิเศษ ส่วนลด 20% หรือรับส่วนลด 1,000 บาท เมื่อชอปที่นอนแบรนด์ Winner 

Top Spenders สุดยอดนักชอปรับฟรี “Surf Skate” ดีไซน์ Millions Monsterby สตรีทอาร์ทชื่อดัง จำนวน 6 รางวัลๆ ละ 30,000 บาท มูลค่า 180,000 บาท

สมาชิก JOYCARD สุขแล้วสุขอีกใช้คะแนนแลกรับร่ม “HAPPIE” หรือถุงชอปปิ้ง “HOPPING” เอ็กซ์คลูซีฟดีไซน์จาก Millions Monster ได้ไปคูลๆ ก่อนใคร สำหรับ New Member รับฟรี! ทันที E-Coupon 100 บาท

สิทธิพิเศษจากบัตรเครดิต เช่น ผ่อน 0% สูงสุด 6 เดือน รับเครดิตเงินคืนและบัตรกำนัลมูลค่ารวมสูงสุด 80,000 บาท เมื่อชอปผ่านบัตรเครติดไทยพาณิชย์ พร้อมดีลคุ้มๆ คุ้มที่ 1 รับบัตรเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 77,000 บาท คุ้มที่ 2 แลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 12% คุ้มที่ 3 TOP SPENDERS รับบัตรกำนัล สตาร์บัคส์มูลค่า1,000 บาท (เฉพาะลูกค้าที่มียอดซื้อขั้นต่ำ 50,000 บาท 25 ท่านเเรกเท่านั้น) และรับสิทธิพิเศษเมื่อชอปผ่านบัตรเครดิตกสิกรไทย พิเศษที่ 1 ผ่อน 0% นาน 6 เดือน รับ KPoint สูงสุด 1,000,000 คะแนน พิเศษที่ 2 ชำระเต็มจำนวน รับคะแนนสะสมพิเศษ KPoint สูงสุด X5 เท่า พิเศษที่ 3 รับเครดิตเงินคืน 12%



“แคมเปญ ‘Giftof Happiness2022’ อินเด็กซ์ฯ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และถือว่าเป็นแคมเปญที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ทั้ง นี้เพราะตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้งสินค้าที่ครบทุกฟังก์ชัน ดีไซน์ให้เลือกหลากหลาย ภายใต้ราคาที่คุ้มค่า พร้อมกับไอเดียการแต่งบ้านและสร้างบรรยากาศการเฉลิงฉลอง สำหรับปีนี้แคมเปญดังกล่าวเราขอมอบความสุข ความประทับใจให้ทุกคนสนุกกับการชอปแบบจัดเต็มส่งท้ายปี มั่นใจว่าจะกระตุ้นผลประกอบการไตรมาส 4 กลับมาเติบโตได้ตามเป้าหมาย พบกับแคมเปญ “Gift of Happiness 2022”#Share a Wish,Share a Gift #แชร์ความสุขให้ทุกคนตั้งแต่วันนี้-5 ม.ค.2565 ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ทั่วประเทศ” น.ส.กฤษชนก กล่าว

12
จำหน่ายเครื่องออกกําลังกาย อุปกรณ์ฟิตเนส ดัมเบล ม้าดัมเบล ชุดดัมเบลปรับน้ำหนัก บาร์เบล แผ่นเหล็กน้ำหนัก จักรยานออกกําลังกาย ลู่วิ่งไฟฟ้า

บทความนี้อาจจะเป็นเหมือนการแนะนำตัวของบริษัทเราเกี่ยวกับการ จำหน่ายเครื่องออกกําลังกาย อุปกรณ์ฟิตเนส ดัมเบล ม้าดัมเบล ชุดดัมเบลปรับน้ำหนัก บาร์เบล แผ่นเหล็กน้ำหนัก จักรยานออกกําลังกาย ลู่วิ่งไฟฟ้า และอุปกรณ์การออกกำลังกายทุกชนิดเลยก็ว่านี้ สินค้าของเราจะเป็นการนำเข้าจากต่างประเทศ คุณภาพต้องดีเพื่อไม่ให้เสียชื่อของบริษัทและที่สำคัญราคาเป็นมิตรไม่แพงจนเกินไป สำหรับบทความนี้ถ้าหากท่านใดเป็นผู้อ่านสายสุขภาพและชื่นชอบการออกกำลังกายไม่ควรพลาดเลยทีเดียว โดยเราได้เตรียมเรื่องราวดีๆเกี่ยวกับการออกกำลังกายและอุปกรณ์ที่บอกได้เลยว่า เครื่องไหนที่ใช้สำหรับคุณเรามีมาแนะนำกันอย่างแน่นอน ซึ่งเราได้แบ่งเป็นหมวดหมู่สำหรับกลุ่มคนที่อยากออกกำลังกายตามไลฟ์สไตล์ต่างๆ ซึ่งจะมีรูปแบบไหนบ้างต้องมาอ่านกันในบทความนี้แล้ว

Facebook : CCT Fitness นำเข้าเครื่องออกกำลังกาย
Tel: 089-750-7380
สนใจชมตัวอย่างสินค้า >> https://goo.gl/maps/RBNaNTLmk8LD3T2A8  จำหน่ายเครื่องออกกำลังกาย ฟิตเนส

13
 



ช่วงนี้ประเทศไทยของพวกเราเปิดประเทศโดยสมบูณ์แล้ว เคอร์ฟิวไม่มี ล็อคดาวน์ก็คลาย เปิดโอกาสให้ทุกคนออกมาจากบ้านได้เต็มที่ เดินทาง ท่องเที่ยวทั้งในรวมทั้งนอกจังหวัด ออกไปคาเฟ่สวยๆเพื่อถ่ายรูป แวะเดินห้างสรรพสินค้า เตรียมพร้อมไปทำงานถึงบริษัท แต่ทว่าก่อนจะออกไปเจอผู้คนก็จำเป็นต้องจัดแจงกับสภาพที่อยู่แต่บ้านมานานมิได้ออกไปเข้าร้านเสริมสวย ทั้งผมที่อาจจะยาวหรือตัดเองอยู่บ้านจนไม่เป็นทรง เล็บรวมทั้งผิวที่ไม่ได้รับการดูแล ล้วนแล้วควรต้องรีบจัดการให้สวยปิ๊งก่อนออกไปเจอผู้คน 





สำหรับชาวลพบุรี พวกเรามีร้านน่าเข้ามาแนะนำกับร้าน Hair & Nail Queen ร้านเสริมสวยลพบุรี ซึ่งสถานที่ตั้งของร้านเราหาไม่ยาก อยู่ตรงข้ามร้านนมบุรี ใกล้สกาล่า จังหวัดลพบุรี ร้าน Hair & Nail Queen ให้บริการในเรื่องผมรวมทั้งเล็บทุกรูปแบบ สระไดร์ ตัดให้เป็นทรงสวย ดัดผม ยืดผมเพิ่มวอลลุ่ม ทำสีรวมทั้งแก้สีผมด่าง บำรุงดูแลรักษาผมให้มีสุขภาพดี อยากได้แบบไหนช่างจัดให้ได้ ทางเล็บก็ไม่น้อยหน้าเพราะไม่ว่าจะเป็นเล็บมือหรือเล็บเท้า ทางร้านก็ให้บริการครบวงจร ทาเล็บเจล ต่อเล็บ ตัดหนัง เสริมหน้าเล็บ แถมยังมีสปามือเท้าอีก คือพูดได้ว่าอยากสวยต้องเข้าร้าน Hair & Nail Queen ร้านเดียว เอาอยู่ ออกมาสวยเริ่ดทั้งตัวก็ว่าได้ นอกเหนือจากการที่ให้บริการมากมาย ทางร้านยังมีการตกแต่งที่สวยงามน่าเดินเข้า มาในโทนสีชมพู-ขาว ให้ความรู้สึกสวยหวานเหมาะสมกับสาวๆร้านไม่ใหญ่มาก แต่ว่าแบ่งโซนทำเล็บรวมทั้งทำผมอย่างเป็นสัดเป็นส่วน ลูกค้าที่ต้องการไปทำเล็บไม่ต้องกังวลเลยว่าเศษผมจะปลิวมาหา เรื่องคุณภาพผลงานของทางร้านก็วางใจได้ รับรองด้วยรีวิวจากลูกค้าจริงที่ทุกคนล้วนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าสวย งานดี ทำละเอียด ไม่รีบทำสักแต่จะให้เสร็จ ช่างในร้านพูดเพราะ ให้บริการอย่างใส่ใจลูกค้ารวมทั้งกันเอง ร้านสะอาดน่าเข้าใช้บริการ ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดี มีคุณภาพ แล้วก็ข้อที่สำคัญที่สุดคือ ราคาถูก





 รีวิวดีขนาดนี้สมควรไปทดลองใช้บริการสักครั้งหนึ่งจริงๆ แต่เนื่องจากว่าร้านให้บริการอย่างประณีตเพื่อผลลัพธ์ที่สวยงามแก่ลูกค้าทุกคน ก่อนเข้าไปใช้บริการคุณลูกค้าจึงจำเป็นต้องติดต่อจองคิวก่อนทุกครั้ง ซึ่งสามารถจองคิวได้ผ่านการโทร : 080-0674810 หรือจองคิวผ่าน INBOX เพจ Facebook : Hair & Nail Queen ร้านเสริมสวยลพบุรี หรือลิงก์ http://m.me/Adminyuying ร้านเปิดให้บริการตั้งแต่วันจันทร์ถึงเสาร์ เวลา 09:00-19:00 น. วันอาทิตย์ร้านปิดให้บริการ แล้วก็อาจปิดวันอื่นๆเพิ่มเติมอีกซึ่งสามารถติดตามได้จากหน้าเพจ Facebook เลย นอกเหนือจากเพจจะมีไว้แจ้งวันปิดร้านแล้ว นานๆครั้งยังมีแจกส่วนลดและก็โปรโมชันพิเศษให้ได้ติดตามกันด้วย แล้วก็ยังมีรูปผลงานของช่างในร้านให้ได้ดูเป็นตัวอย่าง อยากให้ทุกคนที่อยู่ในลพบุรีได้ลองไปดู แล้วก็ถ้าเกิดสนใจก็อย่ารอช้า รีบจองคิวแล้วไปใช้บริการกันกับร้านเสริมสวยในลพบุรีแห่งนี้

14
เปิดจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ รุ่นออมไปด้วยกัน ผ่าน 4 ธนาคาร กรุงเทพ, กรุงไทย, กสิกรไทย และ ไทยพาณิชย์ 2 รุ่นอายุ 5 ปี ดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.10% และรุ่น 10 ปี ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3.00% เริ่ม 22 พ.ย. 64 เวลา 08.30 น. ถึง 3 ธ.ค.นี้

22 พ.ย.64 กระทรวงการคลัง  เปิดจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ รุ่นออมไปด้วยกัน  วงเงินรวม 70,000 ล้านบาท โดยจะจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไป ผ่านธนาคารตัวแทนฯ ทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ วงเงินรวม 55,000 ล้านบาท ในวันที่ 22 พฤศจิกายน  – 3 ธันวาคม 2564 ลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท ไม่จำกัดวงเงินซื้อขั้นสูง
 

มีให้เลือก 2 รุ่น คือ รุ่นอายุ 5 ปี และ รุ่นอายุ 10 ปี จ่ายดอกเบี้ยแบบขั้นบันได โดยรุ่นอายุ 5 ปี จ่ายดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.10% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี จ่ายดอกเบี้ยเฉลี่ย  3.00% ต่อปี 

 

 

พันธบัตรออมไปด้วยกัน เปิดขาย 22 พ.ย.นี้ ดอกเบี้ยสูงสุด 4% ผ่าน 4 แบงก์
พันธบัตรออมไปด้วยกัน เปิดขาย 22 พ.ย.นี้ ดอกเบี้ยสูงสุด 4% ผ่าน 4 แบงก์

 

นอกจากนี้ยังเปิดจำหน่ายให้แก่นิติบุคคลไม่แสวงหากำไร วงเงินรวม 15,000 ล้านบาท มีเฉพาะรุ่นอายุ 10 ปี เปิดจำหน่ายตั้งแต่ 24 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม  2564 ดอกเบี้ยคงที่ 2.20% จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน 

 

พันธบัตรออมไปด้วยกัน เปิดขาย 22 พ.ย.นี้ ดอกเบี้ยสูงสุด 4% ผ่าน 4 แบงก์
พันธบัตรออมไปด้วยกัน เปิดขาย 22 พ.ย.นี้ ดอกเบี้ยสูงสุด 4% ผ่าน 4 แบงก์

 



เงื่อนไขมีดังนี้

 

อายุพันธบัตร

 

รุ่นอายุ 5 และ รุ่นอายุ 10 ปี
 

อัตราดอกเบี้ย

 

รุ่นอายุ 5 ปี (SBST26NB) 
 

อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันได

ปีที่ 1  อัตราดอกเบี้ย 1.5% ต่อปี

ปีที่ 2 - 4 อัตราดอกเบี้ย 2.00% ต่อปี

ปีที่ 5 อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี

   (เฉลี่ย 2.10% ต่อปี)

 

รุ่นอายุ 10 ปี (SBST31NB) 
 

อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันได

ปีที่ 1 - 3 อัตราดอกเบี้ย 2.00% ต่อปี

ปีที่ 4 - 5 อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี

ปีที่ 6 - 9 อัตราดอกเบี้ย 3.50% ต่อปี

ปีที่ 10 อัตราดอกเบี้ย 4.00% ต่อปี

      (เฉลี่ย 3.00% ต่อปี) 

 

รุ่นอายุ 10 ปี (SB31NA) 
 

( เฉพาะนิติบุคคลที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร)
อัตราดอกเบี้ยคงที่  2.20% ต่อปี

 
วงเงินจำหน่ายรวม

 

55,000 ล้านบาท 
15,000 ล้านบาท
 
วันที่จำหน่าย

 

รุ่นอายุ 5 ปี (SBST26NB) /รุ่นอายุ 10 ปี (SBST31NB)             
วันที่ 22 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม 2564                                             

ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต Mobile Application และเคาน์เตอร์ทุกสาขาของธนาคารตัวแทนจำหน่าย ได้แก่ ธ.กรุงเทพ , ธ.กรุงไทย , ธ.กสิกรไทย , ธ.ไทยพาณิชย์

รุ่นอายุ 10 ปี (SB31NA)
วันที่ 24 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม 2564
ผ่านเคาน์เตอร์ทุกสาขาของธนาคารตัวแทนจำหน่าย  ได้แก่ ธ.กรุงเทพ , ธ.กรุงไทย , ธ.กสิกรไทย , ธ.ไทยพาณิชย์

 

ผู้มีสิทธิ์ซื้อในตลาดแรก

 

บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (ผู้ที่มีอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ จะต้องได้รับการยินยอมจากผู้ปกครองก่อนการซื้อพันธบัตร ณ สาขาธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 
บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย หรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย สภากาชาดไทยมูลนิธิ สมาคม สหกรณ์ วัด สถานศึกษาของรัฐ โรงพยาบาลของรัฐ และนิติบุคคลอื่นที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร
 

วงเงินซื้อ ข้ันต่ำ-ขั้นสูง
 

วงเงินซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท ไม่จำกัดวงเงินซื้อขั้นสูง ไม่จำกัดจำนวนครั้งที่เข้าซื้อต่อราย
 


วันที่ครบกำหนดไถ่ถอน

 

รุ่นอายุ 5 ปี (SBST26NB) วันที่ 22 พฤศจิกายน 2569
รุ่นอายุ 10 ปี (SBST31NB) วันที่ 22 พฤศจิกายน 2574
รุ่นอายุ 10 ปี (SB31NA) วันที่ 24 พฤศจิกายน 2574
 

วันที่จ่ายดอกเบี้ย

 

รุ่นอายุ 5 ปี (SBST26NB) และ รุ่นอายุ 10 ปี (SBST31NB) จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ในวันที่ 22 ของเดือนกุมภาพันธ์ พฤษภาคม สิงหาคม และพฤศจิกายน ของทุกปี
รุ่นอายุ 10 ปี (SB31NA) จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน ในวันที่ 24 พฤษภาคม และ 24 พฤศจิกายน ของทุกปี จนกว่าพันธบัตรจะครบกำหนดไถ่ถอน
 
 การเสียภาษี
 

ธนาคารแห่งประเทศไทยจะหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกครั้งที่มีการจ่ายดอกเบี้ยตามอัตราที่ประกาศในประมวลรัษฎากร (บุคคลธรรมดาจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% ของดอกเบี้ยที่ได้รับ) ผู้ซื้อจะได้รับหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายทางไปรษณีย์ หรือทางอินเทอร์เน็ต กรณีที่สมัครใช้บริการข้อมูลพันธบัตรทางอินเทอร์เน็ตแล้ว ( www.bot.or.th หัวข้อพันธบัตรและตราสารหนี้)

 

การจ่ายคืนเงินต้นเมื่อครบกำหนดไถ่ถอน
 

ธนาคารแห่งประเทศไทยจะโอนเงินต้นเข้าบัญชีเงินฝาก (ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ) ในวันที่ครบกำหนดไถ่ถอน กรณีเปลี่ยนเป็นพันธบัตรแบบมีใบตราสาร (Scrip) ธนาคารแห่งประเทศไทยจะโอนเงินต้นเข้าบัญชี เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับคืนใบพันธบัตร

 

 

พันธบัตรออมไปด้วยกัน เปิดขาย 22 พ.ย.นี้ ดอกเบี้ยสูงสุด 4% ผ่าน 4 แบงก์
พันธบัตรออมไปด้วยกัน เปิดขาย 22 พ.ย.นี้ ดอกเบี้ยสูงสุด 4% ผ่าน 4 แบงก์
 

 

ที่มา : สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ

15


ถ้าคุณเป็นคนนึงที่อยากจะมีใบหน้าเรียบเนียนขาวกระจ่างใส แต่ใช้สกินแคร์บำรุงผิวมากมายเท่าไหร่ ก็ยังไม่วายจะต้องเจอกับปัญหาริ้วรอยจุดด่างดำ ทั้งรอยสิว ฝ้า กระ ที่ทำให้ใบหน้าดูหมองคล้ำ แลดูไม่กระจ่างใส อยากจะลดเลือนรอยสิว รอยจุดด่างดำ แต่ใช้ครีมอะไรก็ไม่เห็นผลสักที นั่นก็เป็นเพราะว่ารอยสิว รอยจุดด่างดำ ฝ้า กระ นั้น จำเป็นจะต้องใช้สกินแคร์เฉพาะจุดที่ออกแบบผลิตภัณฑ์มาเพื่อลดการก่อตัวของเม็ดสี พร้อมผลัดเซลล์ผิวเก่าอย่างตรงจุดจึงจะได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ

เราขอนำเสนอ เซรั่มลดรอยสิว Clearly Corrective™ Dark Spot Solution เซรั่มลดจุดด่างดำ ยอดนิยมอันดับหนึ่งจากคีลส์  เป็น Dark Spot Solution  ที่ใช้เฉพาะจุดเพื่อช่วยในการลดการก่อตัวของเม็ดสี ทำให้รอยสิว รอยฝ้า กระ จุดด่างดำจางลงอย่างเห็นได้ชัด ช่วยให้ผิวแลดูกระจ่างได้ใน 2 อาทิตย์

การทำงานของ Clearly Corrective™ Dark Spot Solution
ดร.เมแกน โอไบรอัน (Dr. Meghan O’Brien) คุณหมอที่ปรึกษาด้านผิวหนังระดับโลกของคีลส์ อธิบายว่า “เพราะว่าจุดด่างดำและความหมองคล้ำที่เพิ่มขึ้น สามารถปรากฏให้เห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ จากการสัมผัสแสงแดด จึงต้องการระยะเวลาในการดูแลรักษา เพื่อที่จะเห็นได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน และการเปลี่ยนแปลงนั้นจะแตกต่างกันออกไปตามชนิดและความเข้มของจุดด่างดำ” ฉะนั้นการใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อการลดเลือนริ้วรอยจุดด่างดำ รอยสิว จึงต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอ 

✔️ Clearly Corrective™ Dark Spot Solution เซรั่มลดรอยสิว  จุดด่างดำ ฝ้า กระ ที่โดดเด่นด้วยการใช้นวัตกรรมในการผสมผสาน  Activated C ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยให้ผิวกระจ่างใส ร่วมกับซาลิไซลิกแอซิด (Salicylic Acid)  ส่วนผสมที่ช่วยให้ผิวดูเนียนละเอียด เกิดเป็นสารสกัดลิขสิทธิ์ล่าสุดของแบรนด์ ที่พัฒนาโครงสร้างวิตามินซี ให้ทำงานได้อย่างทรงประสิทธิภาพมากขึ้น เต็มเปี่ยมด้วยพลังในการลดการก่อตัวของเม็ดสี  ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าเพื่อเผยผิวใหม่ จึงช่วยลดจุดด่างดำ รอยสิว ฝ้า กระ ได้อย่างเห็นได้ชัด และช่วยในการเผยผิวดูกระจ่างใสขึ้น ปรับโทนสีผิวแลดูสม่ำเสมอขึ้น  
✔️ Dark Spot Serum เป็นเซรั่มลดรอยสิว ลดจุดด่างดําที่ขายดีอันดับหนึ่งในประเทศไทย ยืนหนึ่งในผลลัพธ์ทรงประสิทธิภาพในการลดเลือนจุดด่างดำ รอยสิว สีผิวไม่สม่ำเสมอ ผ่านการทดสอบทางคลินิกแล้วว่าช่วยเผยผิวกระจ่างใสใน 2 สัปดาห์ และดียิ่งขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่อง 8 – 12 สัปดาห์

Clearly Corrective™ Dark Spot Solution เป็นเซรั่มลดรอยสิว ลดจุดด่างดำ เนื้อเซรั่มบางเบา ซึมซาบไว ใช้งานได้ง่าย ให้สัมผัสที่นุ่มละมุนไม่เหนียวเหนอหนะ สามารถใช้งานได้แม้ผิวบอบบาง ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่มีปัญหารอยสิว ฝ้า กระ ผิวไม่เรียบเนียน ไม่สม่ำเสมอ

ชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Official Website : https://www.kiehls.co.th/th_TH/ใหม่/celebrate-new-year-with-kiehls/clearly-corrective%E2%84%A2-dark-spot-solution/3605970202637.html

Pages: [1] 2 3 ... 23