• Welcome to ลงประกาศฟรี โพสฟรี โปรโมทเว็บไซด์ให้ติดอันดับ SEO ด้วย PBN.
 

poker online

ปูนปั้น

5 ทางแก้นิสัยขี้โมโหให้กลายเป็นคนใจเย็นขึ้น

Started by dsmol19, March 18, 2023, 04:27:03 PM

Previous topic - Next topic

dsmol19


5 วิธีแก้นิสัยคนขีโกรธให้แปลงเป็นคนใจเย็น(กว่าเดิม)

1. ยับยั้งคำกล่าวและก็ความประพฤติปฏิบัติในยามที่โกรธเป็นถ้ามีความรู้สึกว่า อารมณ์กำลังพล่าน


ให้สงบนิ่งไว้ จำไว้เสมอว่า...ความนึกคิดใดๆก็ตามคำกล่าวอะไรก็แล้วแต่ความประพฤติอะไรก็แล้วแต่แม้มีขึ้นในยามโก รธ


มักเป็นไปในทางทำลายรุ นแร งอาจสาแก่ใจเดี๋ยวเดียว แม้กระนั้นในที่สุดจะไม่เป็นผลดี

ก ฏเหล็กพื้นฐานที่จะต้องทำให้ได้เป็น...พวกเราจะไม่พูดหรือทำอะไรเด็ดข าดในย ามที่โกร ธ

คอยให้ใจเย็นก่อน หายโก รธก่อนและก็หลังจากนั้นจึงค่อยว่ากัน

2. พิจารณาโท ษของความโก รธรวมทั้งคุณประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากความปรานีเป็นให้ย้อนคิดถึงชีวิตก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

ว่าเราเสียอะไรไปบ้างเนื่องจากว่าความโก รธทำผู้ใดกันแน่เสียใจกี่คน ทำลายโอกาสไปเยอะแค่ไหน

ทำลายความข้องเกี่ยวไปยังไงสิ่งเหล่านี้ให้ก้มมาคิดบ่อยๆคิดซ้ำให้มากๆ


ตรึกตรองจนใจสารภาพ หมดข้ออ้างอย ากปรับแต่งตนเองอย่างเต็มใจ


เนื่องจากว่ามั่นอกมั่นใจแล้วว่า ความโกรธเคืองไม่ใช่ของดีแม้กระนั้นเป็นสิ่งที่ทำลายความสำราญแล้วก็ความรุ่งโรจน์

ทั้งของเรา ผู้ที่พวกเรารัก และก็ผู้ที่รักพวกเราไม่มีผู้ใดได้อะไรเลยจากความโก รธ

ธรรมชาติมนุษย์พวกเราไม่ชอบให้ผู้ใดกันมาสั่งตราบที่พวกเรายังไม่ต กผลึ กยอมรับความพ่ายแพ้ด้วยตนเองว่า

ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องแปลงตนเองผู้ใดกันแน่จะพูดใครกันแน่จะบอกจะสอนก็ย ากยิ่งที่มนุษย์เราจะเปลี่ยนแปลง

เช่นนี้แล้ว เราจึงจำเป็นต้องปฏิบัติตัวเป็นอาจารย์ของตัวเองเพื่ออบรมตนเองให้มองเห็นพิ ษภั ยของความโก รธรังเกียจอารมณ์ทำลาย

3. สร้างความสุขนิดๆหน่อยๆให้ผู้อื่นจนกระทั่งเป็นนิสัยคือให้รู้จักชื่นชอบ ให้กำลังใจผู้คนเสมอๆ

เมื่อทำให้เขามีความสุขแล้วให้พวกเรารู้จักเอาใจไปสัมผัสความรู้สึกนั้นเรียกว่า ให้หัวใจเราดื่มด่ำ

กับความรู้สึกที่เย็นใจอยู่เสมอเราบางครั้งก็อาจจะลองเปรียบกันมองก็ได้ว่าอารมณ์รูปแบบนี้ กับอารมณ์ในยามที่โก รธ

แบบไหนดียิ่งกว่ากันถ้าหากใจเราคุ้นกับความรู้สึกที่ดีมันจะเบาๆระอาความโกรธรังเกียจชิ งชั งไปทีละน้อยๆ

ในข้อนี้เป็นการแ ก้กิเล สด้วยกุศ ลฝั่งตรงข้ามหากความโมโหเป็นด้านมืดในที่นี้ด้านสว่างก็คือความกรุณา

เราบางทีอาจไล่ความมืดดำมิได้แต่ถ้าเราจุ ดไ ฟได้ ความมืดจะหายไปและก็ความสว่างจะเข้ามาแทนที่

ภาษาธรรมเรียกสิ่งนี้ว่า การทวนกระแสกิเล สเป็นใช้ธรรมคู่ตรงกันข้ามมาจัดแจงกิเล สให้เบาบาง


4. ฝึกฝนมองความรู้สึกด้วยใจจริงที่เป็นกลางในข้อนี้เป็นธรรมะชั้นลึก เป็นการรุ่งเรืองสติ


คือพวกเราฝึกหัดมองดูอารมณ์ต่างๆของเราด้วยความเต็มใจที่เป็นกลางเหมือนความคิดความรู้สึกนั้นไม่ใช่เรา

ดีอกดีใจก็ไม่เข้าไป เสียใจก็ไม่เข้าไปคนสรรเสริญก็วางไว้ คนนินทาก็วางไว้ฝึกให้มีความคิดเห็นว่าอารมณ์ความนึกคิดเหล่านี้

แม้ใจพวกเราเข้าไปยึดในที่สุดก็ไม่ดีทั้งหมดเพราะยึดข้างหนึ่ง อีกข้างก็จะตามมาด้วยเสมือนในกำเหรียญไว้ในมือ

ก็จะได้อีกทั้งหัวทั้งยังก้อยมาในคราวเดียวรักสุขก็จะได้ทุ กข์เป็นของแถมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในข้อนี้ถ้าฝึกเป็นประจำเว้นแต่ความขุ่นเคืองแล้วยังช่วยกำจัดลดทอนพลังความคิดด้านล บได้ทั้งสิ้น

เป็นต้นว่าความเศร้าใจความเหงาความเหนื่อยหน่ายต่างๆจิตใจจะเป็นกลาง หนักแน่นเพิ่มมากขึ้น

5. รู้จักอยู่ รู้จักข้อเสียจุดแข็ งของตนคือให้รู้จักพิจารณาตนเองถ้าเกิดเราโก รธใครกันแน่เสมอๆ

เวลาอยู่ใกล้ก็ให้ระวังบางที กับคนบางคนให้สังเกตดูเถิดว่า พวกเราก็โกรธเขา

โกรธคนๆนี้ จนถึงแปลงเป็นความเคยชินเพียงเห็นหน้ายังไม่ทันทำอะไร

จิตใจก็วูบๆไหวๆความอารมณ์เสียก็เริ่มเข้ามานี้ควรจะเลี่ยงการเผชิญหน้าดังนี้ในกรณีที่หลีกเลี่ยงมิได้จริงๆ

ได้แก่เป็นคนภายในครอบครัว เป็นผัวภรรย าเป็นลูก เป็นนายจ้าง ลูกน้อง เพื่อนเกลอ แบบงี้ก็ให้ชูเอาสิ่งที่เขาทำขั ดหัวใจเรา

มาเป็นเครื่องมือในการฝึกจิตใจของเรา ฝึกหัดอภั ยดีมากยิ่งกว่าปล่อยใจของพวกเราให้ต กต่ำไป

เพราะเหตุว่ามัวแต่ทะเลาะเบาะแว้งกับเขาให้เอาความขัดแย้ งนั้นมาบ่มเพาะความรัก เมตตาขอให้พวกเรารับทราบไว้ว่า โดยมากแล้ว

ถ้าขัดแย้งแต่ว่ามีความจำเป็นจำเป็นต้องอยู่ร่วมกันตัดกันไม่ข าด แย กกันไม่ข าดสิ่งนี้มักมีสาเหตุจากมีบุญก ร ร ม

สมาคมด้วยกันมานานกลายเป็นแรงก ร ร มผูกพัน ผู กรั้งไม่ให้ไปไหนแบบนี้ยิ่งจำต้องรู้จักระวัง ยับยั้ง สำรวม

อย่าไปก่อกรรมให้กันและกันมากขึ้นการเป็นคนโมโหง่าย ไม่มีอะไรดีมีแต่ว่าเสียประโยชน์ เสียอีกทั้งสุขภาพที่เกิดขึ้นกับร่างกายหัวใจ

ทำลายความเกี่ยวเนื่อง ทำลายหน้าที่การงานทำลายบารมีในตนเปลี่ยนเป็นคนที่สร้างความทุ กข์ให้คนอื่น

และก็ตัวเองก็หาความสุขได้ย าก5 ข้อนี้ ฝึกฝนแรกๆจะทำเป็นย ากแต่ว่าขอให้ทรหดอดทนฝึกฝนทำทุกข้ออย่างสม่ำเสมอ

สำคัญเป็นต้องมีกำลังใจ และวินัยฝึกฝนแรกๆอย่าปล่อยใจตามความคุ้นเคยของตนเองสุดท้ายแล้วเราควรมีความรู้ความเข้าใจว่า

การลดมานะอนัตตาของตนเองลดความโกรธเกลียดชังของตัวเองพวกเรามิได้ทำเพื่อคนไหนแม้กระนั้นเราทำเพื่อยกระดับจิตใจของตน

เพื่อความสุขของพวกเราเองจริงอยู่สิ่งนี้ไม่ใช่ของง่าย แม้กระนั้นถ้าหากทำได้วันหนึ่ง ทราบจะสัมผัสถึงความเบาใจของชีวิต

มีชีวิตที่ค่อยขึ้น สบายขึ้นถึงวันนั้นพวกเราจะยินดี แล้วก็รู้สึกขอบพระคุณตนเองรู้สึกภูมิใจว่า พวกเราสามารถข้ามผ่านตัวตนเก่าๆ

ไปสู่ตัวตนใหม่ที่ดีกว่าเดิมและก็สิ่งนี้เป็นการมอบความรักรวมทั้งความกรุณาปรานีให้ตัวเองอย่างแท้จริง...

ใจเย็นขึ้น
ขอบคุณบทความจาก https://freelydays.com/12886/